ตั้งราคางาน freelance ยังไงไม่ให้ขายถูกเกิน (สูตรคิดง่าย 2026)

โต๊ะทำงานฟรีแลนซ์ในคอนโดกรุงเทพ มีโน้ตบุ๊ก เครื่องคิดเลข สมุดจดตัวเลข และธนบัตรไทย สำหรับคำนวณราคางาน

อัปเดตล่าสุด 12 ตุลาคม 2026 · เขียนโดย Barry Vichit

คำตอบสั้น ๆ

ตั้งราคางาน freelance ให้เริ่มจากรายได้ที่คุณต้องการต่อเดือน บวกค่าใช้จ่ายและภาษี แล้วหารด้วยชั่วโมงที่เก็บเงินลูกค้าได้จริง ซึ่งมักเหลือแค่ราวครึ่งหนึ่งของเวลาทำงานทั้งหมด ตัวเลขที่ได้คือราคาขั้นต่ำ จากนั้นค่อยเทียบตลาดและขายเป็นแพ็กเกจตามผลลัพธ์ที่ลูกค้าได้ ไม่ใช่ขายเป็นชั่วโมงลอย ๆ

สรุปให้ก่อน
  • ราคาขั้นต่ำมาจากสูตร (รายได้เป้าหมาย + ค่าใช้จ่าย + ภาษี) หารด้วยชั่วโมงที่เก็บเงินได้จริง
  • ชั่วโมงที่เก็บเงินได้น้อยกว่าที่คิด เพราะต้องหาลูกค้า ตอบแชต แก้งาน และทำบัญชีด้วย
  • ขายเป็นแพ็กเกจ 3 ระดับดีกว่าบอกราคาเดียว ลูกค้าเลือกง่ายและคุณไม่ต้องลดราคา
  • เขียนขอบเขตงานและจำนวนรอบแก้ให้ชัดก่อนรับงาน นี่คือตัวกันขาดทุนที่ดีที่สุด
  • ปี 2026 งานทั่วไปที่ AI ทำแทนได้ราคาลดลง งานที่วัดผลได้และใช้ความเชี่ยวชาญยังขึ้นราคาได้

ตั้งราคางาน freelance คิดยังไง สูตรพื้นฐานที่ใช้ได้ทุกสายงาน

คำตอบคือคิดจากเป้าหมายของคุณก่อน แล้วค่อยดูตลาด ไม่ใช่ดูว่าคนอื่นขายเท่าไรแล้วตั้งต่ำกว่านิดหน่อย วิธีหลังทำให้ฟรีแลนซ์ไทยหลายคนทำงานหนักแต่เงินไม่พอใช้

ผมใช้สูตรนี้มาตลอดช่วงที่ทำงานออนไลน์ 8-9 ปี มันง่ายมาก

1ขั้น 1: รายได้ที่อยากได้ต่อเดือน (หลังหักทุกอย่าง)
2ขั้น 2: บวกค่าใช้จ่ายทำงาน เช่น ค่าเน็ต ค่าโปรแกรม ค่า AI รายเดือน ค่าอุปกรณ์
3ขั้น 3: บวกภาษีและประกันที่ต้องจ่ายเอง เพราะไม่มีนายจ้างจ่ายให้
4ขั้น 4: หารด้วยชั่วโมงที่เก็บเงินลูกค้าได้จริงต่อเดือน
5ขั้น 5: ผลลัพธ์คือราคาขั้นต่ำต่อชั่วโมง ห้ามรับงานต่ำกว่านี้

ตัวเลขจากขั้น 5 ยังไม่ใช่ราคาขาย มันคือ “เส้นตาย” ที่บอกว่าถ้าต่ำกว่านี้คุณกำลังเอาเวลาไปแลกกับการขาดทุน

ถ้าคำนวณแล้วราคาขั้นต่ำสูงกว่าตลาดมาก แปลว่าต้องเพิ่มทักษะหรือเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า ไม่ใช่กดราคาตัวเองลง

ชั่วโมงที่เก็บเงินได้จริงมีเท่าไร ทำไมฟรีแลนซ์มือใหม่ประเมินพลาด

คำตอบสั้น ๆ คือน้อยกว่าที่คุณคิดเกือบครึ่ง มือใหม่ส่วนใหญ่เอาวันทำงานคูณ 8 ชั่วโมง แล้วหารรายได้ ผลคือราคาต่ำเกินจริง

ในหนึ่งวันของฟรีแลนซ์ มีงานที่ลูกค้าไม่จ่ายเงินให้อยู่เยอะ

  • หาลูกค้าใหม่ เขียน proposal ส่งพอร์ต
  • ตอบแชต ตอบอีเมล ประชุมคุยบรีฟ
  • แก้งานรอบที่ไม่ได้คิดเงิน
  • ทำใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ตามเงิน
  • เรียนเครื่องมือใหม่ อัปเดตทักษะ
  • วันลา วันป่วย วันหยุดยาว

วิธีที่ผมแนะนำคือจดเวลาจริง 2 สัปดาห์ แยกว่าชั่วโมงไหนเก็บเงินได้ ชั่วโมงไหนไม่ได้ ใช้แอปจับเวลาฟรีหรือ Google Sheets ก็พอ ส่วนใหญ่จะเห็นว่าชั่วโมงที่เก็บเงินได้เหลือราวครึ่งหนึ่งของเวลาที่นั่งหน้าคอม

ถ้ายังไม่มีข้อมูลจริง ให้เริ่มจากสมมติว่าเก็บเงินได้ครึ่งหนึ่งไว้ก่อน แล้วค่อยปรับเมื่อจดเวลาครบ

คิดราคารายชั่วโมง รายโปรเจกต์ หรือรายเดือน แบบไหนดีกว่า

สำหรับงานส่วนใหญ่ ผมแนะนำราคารายโปรเจกต์หรือแพ็กเกจ เพราะลูกค้าไทยชอบรู้ราคาสุดท้ายก่อนตัดสินใจ และคุณได้ประโยชน์เมื่อทำงานเร็วขึ้น ราคาชั่วโมงเก็บไว้ใช้คำนวณหลังบ้าน

รายชั่วโมง

เหมาะกับงานที่ขอบเขตไม่ชัด เช่น ที่ปรึกษา แก้บั๊ก ซัพพอร์ตต่อเนื่อง ข้อเสียคือยิ่งเก่งยิ่งทำเร็ว ยิ่งได้เงินน้อยลง

รายโปรเจกต์

เหมาะกับงานที่ส่งมอบชัด เช่น โลโก้ เว็บหน้าเดียว ชุดคอนเทนต์ 10 โพสต์ วิธีคิดคือประเมินชั่วโมงทั้งหมด คูณราคาขั้นต่ำ แล้วบวกเผื่อความเสี่ยงอีกส่วนหนึ่ง เพราะงานจริงมักใช้เวลามากกว่าที่ประเมิน

รายเดือน (retainer)

เหมาะกับงานที่ลูกค้าต้องใช้ทุกเดือน เช่น ดูแลเพจ ยิงแอด เขียนบทความ ข้อดีคือรายได้นิ่ง วางแผนชีวิตได้ ผมเขียนวิธีเปลี่ยนลูกค้าเป็นรายเดือนไว้ในบทความ Retainer ฟรีแลนซ์คืออะไร

กติกาง่าย ๆ คือ งานครั้งแรกขายเป็นโปรเจกต์ งานที่ลูกค้ากลับมาซ้ำให้เสนอเป็นรายเดือน

ทำแพ็กเกจราคา 3 ระดับยังไง ให้ลูกค้าไม่ต่อราคา

คำตอบคือแบ่งงานเดียวกันออกเป็น 3 ระดับ ตามปริมาณงานและความเร็ว แล้วให้ลูกค้าเลือกเอง ลูกค้าจะเปลี่ยนจากคำถาม “ลดได้ไหม” เป็น “เอาแพ็กไหนดี”

1แพ็กเริ่มต้น: งานหลักอย่างเดียว แก้ 1 รอบ ส่งตามคิวปกติ
2แพ็กมาตรฐาน: งานหลัก + ของเสริมที่ลูกค้าขอบ่อย แก้ 2 รอบ (แพ็กที่อยากให้ลูกค้าเลือก)
3แพ็กพรีเมียม: ทุกอย่างในมาตรฐาน + ส่งด่วน + ไฟล์ต้นฉบับ + ดูแลหลังส่งงาน

เคล็ดลับที่ใช้ได้ผล

1ตั้งแพ็กเริ่มต้นไม่ต่ำกว่าราคาขั้นต่ำจากสูตร ห้ามใช้แพ็กนี้ล่อด้วยการขาดทุน
2ให้แพ็กมาตรฐานคุ้มที่สุดเมื่อเทียบกับของที่ได้ คนส่วนใหญ่จะเลือกตรงกลาง
3ถ้าลูกค้าขอลด ให้ลดของในแพ็กแทนการลดราคา เช่น ตัดรอบแก้ หรือขยายเวลาส่ง
4เขียนแพ็กเกจเป็นรูปภาพหรือไฟล์ PDF ส่งในแชตได้ทันที ลูกค้าจะเห็นว่าคุณเป็นมืออาชีพ

ถ้าคุณขายผ่านแชต ลองดูสคริปต์ตอบลูกค้าในบทความ สคริปต์ตอบลูกค้าปิดการขาย ใช้คู่กับแพ็กเกจได้เลย

AI ทำให้ราคางานฟรีแลนซ์ถูกลงไหม ปี 2026 ควรปรับยังไง

คำตอบคือถูกลงเฉพาะงานทั่วไปที่ใครก็สั่ง AI ทำได้ ส่วนงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและวัดผลได้ยังขึ้นราคาได้ ตามรายงาน Future Workforce Index 2026 ของ Upwork สัญญางานสร้างคอนเทนต์ด้วย generative AI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 90% แต่รายได้ต่อสัญญาลดลง 13% ขณะที่ฟรีแลนซ์ที่ใช้ AI ในงานโดยรวมได้ค่าจ้างต่อชั่วโมงสูงกว่าคนที่ไม่ใช้ 34% (ที่มา: Upwork Future Workforce Index 2026)

แปลเป็นภาษาคนทำงานในไทยได้ว่า

  • ถ้าคุณขาย “เขียนแคปชันด้วย AI” อย่างเดียว ราคาจะโดนกดเรื่อย ๆ
  • ถ้าคุณขาย “แคปชันที่วางแผนตามกลุ่มลูกค้า วัดผลยอดทักแชต และปรับทุกเดือน” คุณขายผลลัพธ์ ไม่ได้ขายตัวอักษร

สิ่งที่ควรทำตอนนี้

1ใช้ AI ลดเวลางานซ้ำ ๆ แต่ไม่ต้องลดราคาตามเวลาที่ลดลง เพราะลูกค้าจ่ายเพื่อผลงาน ไม่ได้จ่ายเพื่อความเหนื่อย
2เพิ่มขั้นตอนที่ AI ทำแทนไม่ได้ เช่น คุยบรีฟให้ลึก เลือกกลยุทธ์ ตรวจคุณภาพ รายงานผล
3เขียนในพอร์ตว่างานของคุณช่วยลูกค้าเรื่องอะไร เช่น ประหยัดเวลา ได้ยอดทักเพิ่ม เปิดร้านได้เร็วขึ้น

ขอบเขตงานและรอบแก้ เขียนยังไงไม่ให้ขาดทุน

คำตอบคือเขียนให้ชัดตั้งแต่ใบเสนอราคา ว่าราคานี้รวมอะไร ไม่รวมอะไร แก้ได้กี่รอบ และถ้าเกินคิดเพิ่มยังไง ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดทุนเพราะตั้งราคาต่ำ แต่ขาดทุนเพราะงานงอก

ใบเสนอราคาที่ดีควรมีอย่างน้อย

1สิ่งที่ส่งมอบ: ระบุจำนวนชิ้น ขนาด รูปแบบไฟล์
2สิ่งที่ไม่รวม: เช่น ค่าภาพลิขสิทธิ์ ค่าโฆษณา ค่าโดเมน
3รอบแก้: จำนวนรอบที่รวมในราคา และราคาต่อรอบที่เกิน
4ระยะเวลา: วันส่งงาน และเงื่อนไขถ้าลูกค้าส่งข้อมูลช้า
5การชำระเงิน: มัดจำก่อนเริ่มงาน ส่วนที่เหลือก่อนส่งไฟล์สุดท้าย

เรื่องมัดจำสำคัญมาก ผมแนะนำให้เก็บมัดจำก่อนเริ่มทุกงานกับลูกค้าใหม่ มันกรองลูกค้าที่ไม่จริงจังออกไปตั้งแต่แรก

ถ้ารับงานผ่าน Upwork หรือแพลตฟอร์มต่างประเทศ ระบบ milestone ทำหน้าที่เดียวกับมัดจำ อ่านวิธีเขียนข้อเสนอให้ได้งานได้ที่ เขียน Proposal Upwork ยังไงให้ได้งาน

ขึ้นราคากับลูกค้าเดิมยังไง ไม่ให้ลูกค้าหาย

คำตอบคือแจ้งล่วงหน้า ให้เหตุผลสั้น ๆ และให้ลูกค้าเดิมได้ราคาเก่าต่ออีกช่วงหนึ่ง ลูกค้าที่พอใจงานส่วนใหญ่รับได้ ถ้าคุณไม่ทำให้เขาตกใจ

ขั้นตอนที่ผมใช้

1ขึ้นราคากับลูกค้าใหม่ก่อน ถ้าลูกค้าใหม่ยังจ้าง แปลว่าราคาใหม่ไปได้
2แจ้งลูกค้าเดิมล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
3บอกเหตุผลที่จับต้องได้ เช่น ขอบเขตงานเพิ่ม เครื่องมือแพงขึ้น หรือคุณเพิ่มบริการใหม่
4เสนอทางเลือก ถ้าลูกค้าอยากคงงบเดิม ให้ปรับขอบเขตงานลงแทน

ตัวอย่างข้อความที่ส่งได้เลย

สวัสดีครับ ขอบคุณที่ไว้ใจให้ผมดูแลงานมาตลอดครับ ตั้งแต่เดือนหน้าผมจะปรับราคาแพ็กเกจใหม่ เพราะตอนนี้รวมรายงานผลรายเดือนเพิ่มเข้าไปแล้ว สำหรับลูกค้าเดิม ผมคงราคาเดิมให้อีก 1 เดือนครับ ถ้าอยากคุยเรื่องปรับขอบเขตให้ตรงงบ ทักมาได้เลยครับ

คำถามที่พบบ่อย

ฟรีแลนซ์มือใหม่ไม่มีพอร์ต ควรตั้งราคาเท่าไร

ใช้ราคาขั้นต่ำจากสูตรเป็นฐาน แล้วลดขอบเขตงานแทนการลดราคา ถ้าอยากได้พอร์ตจริง ๆ ให้รับงานราคาพิเศษแค่ 1-2 งานแรก และบอกลูกค้าตรง ๆ ว่าเป็นราคาช่วงเริ่มต้น

ควรบอกราคาในโพสต์หรือให้ลูกค้าทักมาถาม

บอกราคาเริ่มต้นไว้เลยดีกว่า มันกรองลูกค้าที่งบไม่พอออกไปก่อน และคนที่ทักมาจะพร้อมคุยงานจริงมากกว่า

ลูกค้าบอกว่าคนอื่นถูกกว่า ควรตอบยังไง

ขอบคุณที่บอก แล้วอธิบายว่าแพ็กของคุณรวมอะไรบ้าง ถ้าลูกค้ายังอยากได้งบต่ำกว่า เสนอแพ็กเล็กลงแทนการลดราคาแพ็กเดิม

ต้องคิดภาษีรวมในราคาไหม

ควรคิดรวมไว้ในราคาขั้นต่ำตั้งแต่แรก เพราะรายได้ฟรีแลนซ์ต้องยื่นภาษีเอง ถ้ารับงานบริษัท อาจโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย ควรถามเงื่อนไขก่อนออกใบเสนอราคา

ใช้ AI ทำงานเร็วขึ้น ต้องลดราคาให้ลูกค้าไหม

ไม่จำเป็น ลูกค้าจ่ายเพื่อผลงานและคุณภาพ ไม่ได้จ่ายตามจำนวนชั่วโมงที่คุณเหนื่อย เวลาที่ประหยัดได้ให้เอาไปรับงานเพิ่มหรือพัฒนาบริการ

แหล่งอ้างอิง

อยากได้เครื่องมือที่ใช้ทำงานได้เลย

AI Freelancer Toolkit · 50 Prompts · 6 หมวด

พรอมต์ภาษาไทยที่ผมใช้ทำงานจริงทุกวัน: หาลูกค้า · เขียน Copy · ทำคอนเทนต์ · ตั้งราคา · Productivity ทุกตัวมีตัวอย่างกรอกแล้ว ก๊อปไปแก้ได้เลย

ราคา ฿899 · จ่ายครั้งเดียว อัปเดตฟรีตลอด

ดูรายละเอียด Toolkit →

Barry Vichit Digital Nomad · ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ แชร์ต่อให้เพื่อนที่กำลังหาทางเริ่มได้เลยครับ